สวัสดีครับ ผมเป็นชาย อายุ 40 ปี ยาวมากครับ พิมพ์เพลิน ขออภัยจริงๆครับ
ก่อนอื่นเลย ขอสาบานว่าเรื่องนี้เป็นความจริงทุกประการ 5555+
เริ่ม!
ผมเป็นฝ้าที่โหนกแก้ม 2 ข้าง ขอบอกว่า "ดำมาก" ตามรูปเลย
รูปจริงไม่แต่งเติมใดๆ ถ่าแต่ต้องขออภัย จำเป็นต้องไปถ่ายจากหน้าจอคอมฯ เลยมีเส้นๆในรูปครับ
ก็นั่นล่ะฮะท่านผุ้ชม นึกดูสิครับ จากคนหน้าขาวๆใสๆต้องมีฝ้าขึ้นมาแบบไม่ตั้งตัว
เริ่มจากจางๆจนเข้มขนาดนี้ มันใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
ถามว่าทำไมปล่อยให้เข้าขนาดนี้ล่ะ ตอบตรงๆว่าไม่คิดว่ามันจะเข้มขึ้น
คิดว่ามันจะจางลงเอง เพราะเราไม่เคยมีมาก่อน ก็ปล่อยมาเรื่อยๆโดยไม่ได้สนใจเลย
*****พฤติกรรมและการใช้ชีวิตก่อนเกิดฝ้าและระหว่างเป็นฝ้า
1. ดื่มเบียร์วันละ 2 ขวด ทุกวัน มาเป้นเวลา 10 ปี
2. ดื่มกาแฟ ครั้งละ 2 ช็อต วันละ 2 แก้ว
3. ใช้เซรั่มจากร้านจีน สั่งในแอพส้ม ราคาหลอดละ 57 บาท ยี่ห้อ B...ดีมาก รักษาสิว และรอยดำได้ดีมาก ไม่แพ้
4.ใช้ครีมกันแดดจากร้านจีน สั่งในแอพส้ม ขวดละ 100 ยี่ห้อเดียวกัน B...เนื้อครีมดี ทาแล้วหน้าใส สิวไม่ขึ้น แต่กันแดดดีไหมไม่รู้สิ
5. กิน OMAD(One meal a day) คือ มื้อเย็น กินหมูกระทะ ทุกวันกับแฟน เป็นเวลา 3 ปี (เบียร์ก็กินมื้อนี้แหละ)
6. อาหารเสริมที่กินเป็นประจำ: วิตามินซี วิตามินรวม คอลลาเจน
7. หัตถการที่ทำประจำ : เมโสแฟต เดือนละ 1-2 ครั้ง โบท็อกซ์ ปีละครั้ง
8. ชอบขัดหน้า ใช้ฟองน้ำบ้าง ใช้ผ้าขนหนูอ่อนบ้าง ใช้สครับบ้าง
***ปัจจัยเยอะมาก จนไม่รู้ว่าฝ้าเกิดจากอะไรแน่
เพราะมีสิ่งกระตุ้นเมลานนินหลายข้อเลย
***ทีนี้แหละเริ่มรู้ตัวละ ว่ามันคือ "ฝ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
ด้วยความที่ไร้ประสบการความรู้ เคยแต่เห็นคนเป็นมากมาย ไม่คิดว่าจะมาเป็นกับตัวเอง ก็เริ่มหาในกูเกิ้ลว่าฝ้าคืออะไร รักษาอย่างไร .....กลืนน้ำลาย...เอื้อก!
***ในระหว่าสองปี ผมทุ่มสุดตัวทำตามนี้
1. ทาครีมลด-รักษาฝ้า บางอันดี ใช้ได้ปกตัว บางตัวแรง แพ้ แสบ แดง และ แพง แพงม๊ากกกกก แต่.....ไม่เห็นผลสักยี้ห้อ
2. ฉีด เจ็บ และแพง ลองหลายตัวยา หลายคอร์ส ไม่ดีขึ้นเลย
3. เลเซอร์ อันนี้พีคสุด คือ เจ็บสุด แพงสุด พอตอนทำเสร็จ แดง แสบมาก แต่หลังทำ 1-2 วัน ฝ้าหายไปเกิน 50% และจางลงอีก จนตกสะเก็ดหมด ---ขาวใสเลย แต่หลังจาก 10-15 วัน นรกมาเยือน มันกลับมาเข้มกว่าก่อนทำอีก ซึ่งเลเซอร์นี่ ผมทำไปประมาณ 10 ครั้ง โดยทำ 2-3 ครั้งไม่ได้ผล ก็จะเปลี่ยนคลินิก สรุป มันเข้มขึ้น อยากจะไปหาหมอแล้วตัดมันทิ้งซะเลย แล้วเอาผิวก้นมาแปะซะ!!!
ทรมาณใจหมดความมั่นใจไปสิ้น อายมาก คนทักว่ารถคว่ำมาเหรอ (ก็มันดำยังกะสะเก็ดแผล ดำกว่ารูปแรกอีกนะ) หลังจากสองปี ที่ทรมานและเสียเงินไป น่าจะหลักแสนแถมได้ฝ้าเข้มๆกว่าเดิมอีก
ก็เลยมาเริ่มศึกษา หาข้อมูลจริงจัง ต้นตอการเกิด กรรมพันธุ์ สิ่งกระตุ้น ยา อาหาร
จึงได้ค้นพบหลายอย่าง ที่ราคาไม่แพงเลยและตัดสินใจเริ่ม วันนั้นเลย
"บันทึก 25 วันที่ไร้แอลกอฮอล์: ......"
ผมขอเรียงให้เป็นข้อๆนะ ตั้งแต่วันที่เลิกดื่มแอลฯ ผมก็เปลี่ยนเครื่องสำอางค์และอาหารเสริมดังนี้
1. งดดื่มแอลฯ (ดื่มตามโอกาส สังสรรค์ตามเพื่อน สักเดือนละครั้ง) *ประหยัดไปวันละ 130 บาท ตกเดือนละ 4,000.-
2. ซื้อเซรั่มและโฟมล้างหน้าของแท้เท่านั้น!!! ที่มี อย. และไม่แรง ไม่กัด ไม่ทำผิวบาง ไม่มีพวกกรด AHA BHA Retinol ฯลฯ - ถ้าผิวบางลง เม็ดสีจะถูกสร้างขึ้น เพื่อมาปกป้องผิว *เจลล้างหน้า 550.- (ใช้มาสองเดือน ยังเหลือเกินครึ่ง) เซรั่มใช้ของกราวิช วิตามินบีฯลฯ
3. ผมใช้ของ Dr.Pong กับ Clear Nose ทา 2 ชั้น 5555 เพราะผมใช้ได้เฉพาะสูตรน้ำ ถ้ามีน้ำมันจะสิวขึ้นไวมาก ****ควรลงทุนกับกันแดดที่ดี ยิ่งตอนนี้มีผลการทดสอบจากแล็บ สามารถดูได้เลยว่าควรซื้อตัวไหน 450+450 = 900 .-
4. ไม่ทำร้ายผิว ไม่ถู ไม่นวด ไม่รุนแรงกับผิว ไม่สครับเด็ดขาด - ยิ่งรบกวนผิว ยิ่งกระตุ้นเม็ดสี
5. ไม่ทำหัตการณ์ และเลเซอร์ใดๆทั้งสิ้น - นี่ตัวกระตุ้นเม็ดสีหนักมาก
6. ซื้อยาทรานส์ฯ จากคลินิคกิน หลังอาหาร เช้า 1 เย็น 1 - ลดการสร้างเม็ดสี อันนี้ต้องไปขอพบแพทย์ เพราะอาจเป็นยาอันตรายสำหรับบางคน 60 เม็ด 300 บาท กินได้ 1 เดือน
7. กินสารสกัดจากเมล็ดองุ่นแคปซูล 60 มก. กินตอนท้องว่าง ตอนเช้า 1 เม็ด - เมล็ดองุ่นและพวกเซอรี่ ช่วยลดการสร้างเม้ดสีได้ 30 เม็ด 150 บาท
8. กินสารสกัดไลโคปีนแคปซูล 60 มก. หลังอาหารเย็น 1 เม็ด - ช่วยทำให้ผิวมีโครงสร้างแข็งแรง ไม่ไวต่อแสงมาก
***ข้อ 4-8 ผมเพิ่งมาเคร่ง2เดือนที่ผ่านมาเอง แต่เห็นผลชัดขึ้นแบบสุดๆ***
เท่าที่ว่ามานั้น จำสั้นๆไว้เลยว่า "อย่ากระตุ้นผิว"
และนี่คือผล หลังจากที่ผมทำมาอย่างต่อเนื่อง 2 เดือนครับ
ตอนนี้รู้สึกดีมาก ฝ้าจางลง และจางลงเรื่อยๆ และที่สำคัญโดยรวมแล้วผิวดีขึ้นครับ
ฝ้า !!!!! ใครว่าลบยาก มานี่มา เดี๋ยวแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง
*****พฤติกรรมและการใช้ชีวิตก่อนเกิดฝ้าและระหว่างเป็นฝ้า
1. ดื่มเบียร์วันละ 2 ขวด ทุกวัน มาเป้นเวลา 10 ปี
2. ดื่มกาแฟ ครั้งละ 2 ช็อต วันละ 2 แก้ว
3. ใช้เซรั่มจากร้านจีน สั่งในแอพส้ม ราคาหลอดละ 57 บาท ยี่ห้อ B...ดีมาก รักษาสิว และรอยดำได้ดีมาก ไม่แพ้
4.ใช้ครีมกันแดดจากร้านจีน สั่งในแอพส้ม ขวดละ 100 ยี่ห้อเดียวกัน B...เนื้อครีมดี ทาแล้วหน้าใส สิวไม่ขึ้น แต่กันแดดดีไหมไม่รู้สิ
5. กิน OMAD(One meal a day) คือ มื้อเย็น กินหมูกระทะ ทุกวันกับแฟน เป็นเวลา 3 ปี (เบียร์ก็กินมื้อนี้แหละ)
6. อาหารเสริมที่กินเป็นประจำ: วิตามินซี วิตามินรวม คอลลาเจน
7. หัตถการที่ทำประจำ : เมโสแฟต เดือนละ 1-2 ครั้ง โบท็อกซ์ ปีละครั้ง
8. ชอบขัดหน้า ใช้ฟองน้ำบ้าง ใช้ผ้าขนหนูอ่อนบ้าง ใช้สครับบ้าง
***ปัจจัยเยอะมาก จนไม่รู้ว่าฝ้าเกิดจากอะไรแน่
เพราะมีสิ่งกระตุ้นเมลานนินหลายข้อเลย
***ทีนี้แหละเริ่มรู้ตัวละ ว่ามันคือ "ฝ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
ด้วยความที่ไร้ประสบการความรู้ เคยแต่เห็นคนเป็นมากมาย ไม่คิดว่าจะมาเป็นกับตัวเอง ก็เริ่มหาในกูเกิ้ลว่าฝ้าคืออะไร รักษาอย่างไร .....กลืนน้ำลาย...เอื้อก!
***ในระหว่าสองปี ผมทุ่มสุดตัวทำตามนี้
1. ทาครีมลด-รักษาฝ้า บางอันดี ใช้ได้ปกตัว บางตัวแรง แพ้ แสบ แดง และ แพง แพงม๊ากกกกก แต่.....ไม่เห็นผลสักยี้ห้อ
2. ฉีด เจ็บ และแพง ลองหลายตัวยา หลายคอร์ส ไม่ดีขึ้นเลย
3. เลเซอร์ อันนี้พีคสุด คือ เจ็บสุด แพงสุด พอตอนทำเสร็จ แดง แสบมาก แต่หลังทำ 1-2 วัน ฝ้าหายไปเกิน 50% และจางลงอีก จนตกสะเก็ดหมด ---ขาวใสเลย แต่หลังจาก 10-15 วัน นรกมาเยือน มันกลับมาเข้มกว่าก่อนทำอีก ซึ่งเลเซอร์นี่ ผมทำไปประมาณ 10 ครั้ง โดยทำ 2-3 ครั้งไม่ได้ผล ก็จะเปลี่ยนคลินิก สรุป มันเข้มขึ้น อยากจะไปหาหมอแล้วตัดมันทิ้งซะเลย แล้วเอาผิวก้นมาแปะซะ!!!
ทรมาณใจหมดความมั่นใจไปสิ้น อายมาก คนทักว่ารถคว่ำมาเหรอ (ก็มันดำยังกะสะเก็ดแผล ดำกว่ารูปแรกอีกนะ) หลังจากสองปี ที่ทรมานและเสียเงินไป น่าจะหลักแสนแถมได้ฝ้าเข้มๆกว่าเดิมอีก
ผมขอเรียงให้เป็นข้อๆนะ ตั้งแต่วันที่เลิกดื่มแอลฯ ผมก็เปลี่ยนเครื่องสำอางค์และอาหารเสริมดังนี้
1. งดดื่มแอลฯ (ดื่มตามโอกาส สังสรรค์ตามเพื่อน สักเดือนละครั้ง) *ประหยัดไปวันละ 130 บาท ตกเดือนละ 4,000.-
2. ซื้อเซรั่มและโฟมล้างหน้าของแท้เท่านั้น!!! ที่มี อย. และไม่แรง ไม่กัด ไม่ทำผิวบาง ไม่มีพวกกรด AHA BHA Retinol ฯลฯ - ถ้าผิวบางลง เม็ดสีจะถูกสร้างขึ้น เพื่อมาปกป้องผิว *เจลล้างหน้า 550.- (ใช้มาสองเดือน ยังเหลือเกินครึ่ง) เซรั่มใช้ของกราวิช วิตามินบีฯลฯ
3. ผมใช้ของ Dr.Pong กับ Clear Nose ทา 2 ชั้น 5555 เพราะผมใช้ได้เฉพาะสูตรน้ำ ถ้ามีน้ำมันจะสิวขึ้นไวมาก ****ควรลงทุนกับกันแดดที่ดี ยิ่งตอนนี้มีผลการทดสอบจากแล็บ สามารถดูได้เลยว่าควรซื้อตัวไหน 450+450 = 900 .-
4. ไม่ทำร้ายผิว ไม่ถู ไม่นวด ไม่รุนแรงกับผิว ไม่สครับเด็ดขาด - ยิ่งรบกวนผิว ยิ่งกระตุ้นเม็ดสี
5. ไม่ทำหัตการณ์ และเลเซอร์ใดๆทั้งสิ้น - นี่ตัวกระตุ้นเม็ดสีหนักมาก
6. ซื้อยาทรานส์ฯ จากคลินิคกิน หลังอาหาร เช้า 1 เย็น 1 - ลดการสร้างเม็ดสี อันนี้ต้องไปขอพบแพทย์ เพราะอาจเป็นยาอันตรายสำหรับบางคน 60 เม็ด 300 บาท กินได้ 1 เดือน
7. กินสารสกัดจากเมล็ดองุ่นแคปซูล 60 มก. กินตอนท้องว่าง ตอนเช้า 1 เม็ด - เมล็ดองุ่นและพวกเซอรี่ ช่วยลดการสร้างเม้ดสีได้ 30 เม็ด 150 บาท
8. กินสารสกัดไลโคปีนแคปซูล 60 มก. หลังอาหารเย็น 1 เม็ด - ช่วยทำให้ผิวมีโครงสร้างแข็งแรง ไม่ไวต่อแสงมาก